คู่มือ

ส่งออกสินค้าไทยเริ่มต้นอย่างไร: 6 สิ่งที่ต้องพร้อมก่อนออเดอร์แรก

คำถามว่าส่งออกสินค้าไทยเริ่มต้นอย่างไร มักถูกตอบด้วยรายการเอกสาร แต่สิ่งที่ตัดสินว่าดีลจะเกิดหรือไม่คือความพร้อมของเรา

Tเรียบเรียงโดย: Thaimost· 2 นาทีในการอ่าน
ส่งออกสินค้าไทยเริ่มต้นอย่างไร: 6 สิ่งที่ต้องพร้อมก่อนออเดอร์แรก

คำถามว่าส่งออกสินค้าไทยเริ่มต้นอย่างไร มักถูกตอบด้วยรายการเอกสาร แต่ในทางปฏิบัติ สิ่งที่ตัดสินว่าดีลจะเกิดหรือไม่คือความพร้อมของผู้ขายตอนที่ผู้ซื้อต่างชาติเข้ามาถาม ผู้ซื้อมืออาชีพประเมินเราจากไม่กี่อย่าง และถ้าไม่มีสามหรือสี่อย่างนั้น เขาก็ไปถามรายถัดไป บทความนี้จัดลำดับความพร้อมหกข้อตามที่ผู้ซื้อตรวจจริง พร้อมสิ่งที่ควรเตรียมไว้ก่อนออเดอร์แรก

เริ่มจากความพร้อม ไม่ใช่เริ่มจากออเดอร์

ผู้ผลิตและผู้ส่งออกรายใหม่จำนวนมากรอให้มีออเดอร์เข้ามาก่อนแล้วจึงไปหาว่าต้องทำอะไร ลำดับนี้ทำให้เสียลูกค้าบ่อย เพราะผู้ซื้อต่างชาติที่จริงจังมักทำงานเป็นรอบ เขารวบรวมผู้ขายที่เข้าข่ายไว้สองสามราย ส่งคำถามชุดเดียวกันไปพร้อมกัน แล้วตัดคนที่ตอบช้าหรือตอบไม่ครบออกก่อนจะไปถึงเรื่องราคา

สิ่งที่เขาดูในรอบแรกมักมีไม่กี่อย่าง ตัวตนของบริษัท ความสามารถในการออกเอกสารส่งออก ความชัดเจนของข้อมูลสินค้า และความเร็วในการตอบ ยังไม่ใช่เรื่องราคาถูกที่สุด

วิธีคิดที่ใช้งานได้คือมองความพร้อมเป็นชุดของแฟ้มที่เตรียมไว้ล่วงหน้า แฟ้มบริษัท แฟ้มสินค้า แฟ้มเอกสาร และแฟ้มราคา เมื่อมีคำถามเข้ามา เราตอบได้ภายในวันเดียวเพราะทุกอย่างอยู่ในมือแล้ว ไม่ต้องเริ่มรวบรวมใหม่

อีกเรื่องที่ควรยอมรับตั้งแต่ต้น การส่งออกไม่ได้เริ่มที่ตู้คอนเทนเนอร์ หลายรายเริ่มจากออเดอร์ตัวอย่างหรือออเดอร์ทดลองขนาดเล็กที่ส่งทางอากาศ เพื่อให้ผู้ซื้อทดสอบตลาดก่อน ถ้าเราปฏิเสธออเดอร์เล็กทั้งหมดเพราะไม่คุ้ม เราก็ตัดโอกาสที่จะได้ออเดอร์ใหญ่ในรอบถัดไปด้วย ทางที่สมดุลคือกำหนดเงื่อนไขของออเดอร์ทดลองไว้ล่วงหน้าว่ารับได้ในรูปแบบไหน แล้วสื่อสารตรงไปตรงมา

ความพร้อมข้อ 1–2: ตัวตนธุรกิจและเอกสารที่ผู้ซื้อตรวจ

ผู้ซื้อต่างชาติที่เคยเจอปัญหามาก่อนจะตรวจตัวตนก่อนคุยเรื่องอื่น เตรียมของเหล่านี้ให้พร้อมเป็นไฟล์ที่ส่งได้ทันที

**ตัวตนธุรกิจ**

  • หนังสือรับรองนิติบุคคลและเลขทะเบียน ที่ชื่อตรงกับชื่อในใบเสนอราคาและชื่อบัญชีธนาคาร ข้อนี้สำคัญที่สุด เพราะชื่อไม่ตรงกันคือสัญญาณที่ผู้ซื้อระวังที่สุด
  • ที่ตั้งจริงของโรงงานหรือคลัง พร้อมรูปและวิดีโอสั้นที่เป็นของเราเอง ไม่ใช่ภาพสต็อก
  • การระบุให้ชัดว่าเราเป็นผู้ผลิต โรงงานรับจ้างผลิต เจ้าของแบรนด์ ผู้จัดจำหน่าย หรือบริษัทการค้า การบอกตรงๆ ได้เปรียบกว่าการพูดกำกวม เพราะผู้ซื้อที่ต้องการโรงงานจริงจะถามอยู่ดี
  • ช่องทางติดต่อที่เป็นของบริษัท ไม่ใช่เบอร์ส่วนตัวเพียงอย่างเดียว

**เอกสารฝั่งการค้า**

  • ใบกำกับสินค้า ใบรายการบรรจุหีบห่อ และความเข้าใจเรื่องใบตราส่ง
  • หนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า โดยเฉพาะฟอร์มสำหรับสิทธิพิเศษในอาเซียน ซึ่งมีผลต่อราคาปลายทางของผู้ซื้อมาก
  • เอกสารรายสินค้าตามที่ปลายทางขอ เช่น หนังสือรับรองการจำหน่ายเสรี หนังสือรับรองสุขอนามัย หรือผลวิเคราะห์ตามรุ่นผลิต ซึ่งออกให้เป็นรายสินค้าเมื่อมีคำสั่งซื้อ
  • เอกสารความปลอดภัยสำหรับสินค้าที่มีแอลกอฮอล์หรือเป็นกระป๋องอัดแรงดัน เพราะมีผลต่อการขนส่งทางอากาศ

เงื่อนไขและรายการเอกสารต่างกันตามประเทศปลายทางและหมวดสินค้า ควรตรวจกับกรมการค้าต่างประเทศ กรมศุลกากร หรือตัวแทนออกของ และย้ำกับผู้ซื้อให้ตรวจกับหน่วยงานปลายทางของเขาด้วย ข้อมูลในบทความนี้เป็นเพียงข้อมูลอ้างอิง

ความพร้อมข้อ 1–2: ตัวตนธุรกิจและเอกสารที่ผู้ซื้อตรวจ — ส่งออกสินค้าไทยเริ่มต้นอย่างไร

ความพร้อมข้อ 3: สินค้าพร้อมเดินทางหรือยัง

สินค้าที่ขายดีในประเทศไม่ได้แปลว่าพร้อมส่งออก มีสี่เรื่องที่ควรตรวจก่อน

  • **ฉลาก** ปลายทางส่วนใหญ่ต้องการฉลากภาษาท้องถิ่นที่มีข้อความบังคับครบ บางตลาดยอมให้ติดฉลากเพิ่มที่ปลายทาง บางตลาดต้องพิมพ์มาจากต้นทาง ควรถามผู้ซื้อว่าเขาต้องการแบบไหน และอย่าพิมพ์ฉลากจำนวนมากก่อนเอกสารปลายทางผ่าน
  • **อายุสินค้า** สิ่งที่ผู้ซื้อวัดคืออายุคงเหลือเมื่อสินค้าถึงปลายทาง ไม่ใช่วันผลิต การขนส่งทางเรือกินเวลาจริงเป็นสัปดาห์ ควรตกลงอายุคงเหลือขั้นต่ำเป็นลายลักษณ์อักษร
  • **บรรจุภัณฑ์เพื่อการขนส่ง** กล่องที่ใช้ส่งในประเทศมักไม่พอสำหรับการขนส่งไกล ควรทดสอบการวางซ้อน การกันกระแทก และกันความชื้น สินค้าขวดแก้วและของเหลวต้องเผื่ออัตราเสียหายไว้ในต้นทุน
  • **ความสม่ำเสมอของสินค้า** ผู้ซื้ออนุมัติจากตัวอย่าง แล้วคาดหวังว่าของจริงเหมือนกัน ควรระบุเลขรุ่นผลิตของตัวอย่างที่ส่งไปทุกครั้ง และเก็บตัวอย่างอ้างอิงไว้ฝั่งเรา

อีกข้อที่ควรเตรียมคือข้อมูลสินค้าในรูปแบบที่ผู้ซื้อใช้ต่อได้ทันที ได้แก่ รายการสินค้าพร้อมรหัส ขนาดบรรจุ น้ำหนักต่อชิ้น จำนวนต่อกล่อง ขนาดกล่อง น้ำหนักกล่อง และรูปสินค้าพื้นหลังสะอาด ผู้ซื้อต้องใช้ตัวเลขเหล่านี้คำนวณค่าขนส่งและต้นทุนปลายทางของเขา ถ้าเราให้ไม่ได้ เขาก็ประเมินไม่ได้ และดีลจะหยุดอยู่ตรงนั้นแม้สินค้าจะดี

ความพร้อมข้อ 4: ผู้ซื้อต่างชาติหาซัพพลายเออร์ไทยอย่างไร

ข้อนี้คือจุดที่ผู้ขายไทยเสียโอกาสมากที่สุด เพราะเราทำสินค้าดีแต่ไม่อยู่ในที่ที่ผู้ซื้อกำลังหา

ผู้ซื้อหาผู้ขายไทยผ่านหลายช่องทางพร้อมกัน

  • **งานแสดงสินค้า** ทั้งในไทยและในตลาดเป้าหมาย ยังเป็นช่องทางที่ให้ลูกค้าคุณภาพสูงที่สุดต่อการพบหนึ่งครั้ง
  • **หน่วยงานส่งเสริมการค้าและสมาคมอุตสาหกรรม** ซึ่งผู้ซื้อหลายรายใช้เป็นจุดตั้งต้น
  • **การค้นหาออนไลน์ด้วยภาษาของตัวเอง** ซึ่งเป็นช่องทางที่โตเร็วที่สุด
  • **ตลาดกลาง B2B** ที่รวบรวมผู้ขายไว้ให้เปรียบเทียบในที่เดียว

เรื่องภาษาสำคัญกว่าที่คิด ผู้ซื้อค้นด้วยคำในภาษาของเขา ไม่ใช่ภาษาไทย ผู้ซื้อที่พูดอังกฤษค้นว่า Thai suppliers หรือเจาะจงขึ้นว่า verified Thai suppliers เมื่อเคยเจอปัญหาเรื่องความน่าเชื่อถือมาก่อน ผู้ซื้อเวียดนามค้นว่า nhà cung cấp Thái Lan ส่วนผู้ซื้อมาเลเซียและอินโดนีเซียค้นด้วยคำอย่าง produk thailand borong ถ้าข้อมูลบริษัทของเรามีแต่ภาษาไทย เราจะไม่ปรากฏในการค้นหาเหล่านี้เลย

สิ่งที่ควรทำ จัดทำข้อมูลบริษัทและสินค้าเป็นภาษาอังกฤษให้ครบถ้วนก่อน แล้วค่อยเพิ่มภาษาของตลาดเป้าหมายหลัก และไปอยู่ในที่ที่ผู้ซื้อเข้ามาเปรียบเทียบอยู่แล้ว เช่น ตลาดกลางอย่าง THAIMOST (thaimost.com) ที่ผู้ขายลงทะเบียนและยืนยันตัวตนเพื่อให้ผู้ซื้อต่างชาติค้นหาและส่งคำขอใบเสนอราคาได้โดยตรง ควรใช้หลายช่องทางควบกัน เพราะผู้ซื้อแต่ละประเภทหาผู้ขายด้วยวิธีไม่เหมือนกัน และอย่าพึ่งช่องทางเดียว

ความพร้อมข้อ 4: ผู้ซื้อต่างชาติหาซัพพลายเออร์ไทยอย่างไร — ส่งออกสินค้าไทยเริ่มต้นอย่างไร

ความพร้อมข้อ 5: ตั้งราคาและเลือกเงื่อนไขการส่งมอบ

ราคาขายในประเทศใช้กับการส่งออกไม่ได้ เพราะมีต้นทุนเพิ่มที่ไม่เคยอยู่ในสมการ และเพราะผู้ซื้อต่างชาติถามราคาในรูปแบบที่ต่างจากลูกค้าไทย

รายการที่ต้องคิดเข้าไปในราคา ได้แก่ ต้นทุนสินค้า ค่าบรรจุใหม่เพื่อการขนส่งไกล ค่าขนส่งในประเทศไปท่า ค่าเอกสารส่งออกและค่าตัวแทนออกของ ค่าระวาง ค่าประกัน เงินกันของเสียหาย และต้นทุนทางการเงินถ้าเราต้องออกเงินก่อนได้รับชำระ สองตัวที่คนลืมบ่อยที่สุดคือเงินกันของเสียหายและต้นทุนทางการเงิน

เรื่องเงื่อนไขการส่งมอบ ผู้ซื้อจะถามว่าราคาเป็นแบบไหน และคำตอบมีผลต่อความรับผิดชอบของแต่ละฝ่าย

  • ราคาหน้าโรงงาน ผู้ซื้อจัดการขนส่งเองทั้งหมด เหมาะกับผู้ขายที่เพิ่งเริ่มและยังไม่ชำนาญเรื่องขนส่ง
  • ราคาส่งมอบที่ท่าต้นทาง เราดูแลถึงท่าเรือหรือสนามบินต้นทาง เป็นจุดสมดุลที่ใช้กันมาก
  • ราคารวมค่าระวางและประกันถึงท่าปลายทาง ผู้ซื้อชอบเพราะเทียบง่าย แต่เราต้องควบคุมต้นทุนขนส่งให้ได้จริง

คำแนะนำสำหรับช่วงเริ่มต้น เสนอราคาแบบแจกแจงเป็นบรรทัด แยกราคาสินค้าออกจากค่าบริการและค่าขนส่ง ผู้ซื้อมืออาชีพชอบแบบนี้เพราะเปรียบเทียบได้ ส่วนปริมาณขั้นต่ำและราคาจริงขึ้นกับสินค้าและจำนวน ควรคุยกันเป็นรายกรณีตอนทำใบเสนอราคา ไม่ควรประกาศเป็นตัวเลขกลางที่ใช้กับทุกตลาด

ความพร้อมข้อ 6: ตอบคำขอใบเสนอราคาและข้อผิดพลาดที่เจอบ่อย

เมื่อคำขอใบเสนอราคาเข้ามา ความเร็วและความครบถ้วนของคำตอบคือสิ่งที่ตัดสิน ผู้ซื้อมักส่งคำขอเดียวกันไปหลายราย

คำตอบที่ดีควรมีครบในฉบับเดียว ได้แก่ ยืนยันสินค้าและสเปกที่เขาถาม ขนาดบรรจุและรายละเอียดกล่อง ราคาตามเงื่อนไขการส่งมอบที่ระบุชัด ระยะเวลาที่ราคามีผล เงื่อนไขการชำระเงินที่เรารับได้ เอกสารที่เราออกให้ได้ และแนวทางเรื่องตัวอย่าง อย่าตอบเพียงว่าสนใจและขอให้ติดต่อกลับ เพราะนั่นแปลว่าผู้ซื้อต้องทำงานแทนเรา

ข้อผิดพลาดที่เจอซ้ำๆ

  • **รับปากเรื่องที่ควบคุมไม่ได้** เช่น รับประกันวันที่สินค้าถึง หรือรับรองว่าผ่านพิธีการปลายทางแน่นอน พิธีการขาเข้าไม่อยู่ในมือผู้ขาย พูดตามจริงรักษาลูกค้าได้นานกว่า
  • **เอกสารไม่ตรงกัน** ชื่อสินค้า น้ำหนัก จำนวน หรือเลขรุ่นผลิตคลาดเคลื่อนระหว่างเอกสารแต่ละฉบับ ฟังดูเล็กแต่ทำให้สินค้าต้องรอที่ปลายทาง
  • **ส่งของไม่ตรงตัวอย่างที่อนุมัติ** เป็นสาเหตุที่ทำลายความเชื่อใจเร็วที่สุด
  • **รับชำระเข้าบัญชีบุคคล** ควรใช้บัญชีนิติบุคคลที่ชื่อตรงกับเอกสารบริษัท ทั้งสองฝ่ายปลอดภัยขึ้น
  • **ตอบช้าหรือตอบไม่ครบ** ผู้ซื้อตัดรายที่ตอบไม่ครบออกก่อนเทียบราคา

สุดท้าย เตือนกันตรงๆ ว่าการยืนยันตัวตนของทั้งสองฝ่ายช่วยลดความเสี่ยง แต่ไม่ใช่หลักประกัน ผู้ซื้อยังต้องตรวจสอบด้วยตัวเอง และผู้ขายก็ควรตรวจตัวตนของผู้ซื้อ ยืนยันตัวอย่างและเงื่อนไขเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนเริ่มผลิตทุกครั้ง

ต้องการคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ?

ฝากข้อมูลไว้ แล้วทีมงานจะติดต่อกลับ

FAQ

คำถามที่พบบ่อย

ต้องจดทะเบียนเป็นผู้ส่งออกก่อนไหม

โดยทั่วไปผู้ส่งออกต้องเป็นนิติบุคคลหรือผู้ประกอบการที่จดทะเบียนและลงทะเบียนในระบบของกรมศุลกากรเพื่อดำเนินพิธีการ รายละเอียดขึ้นกับประเภทธุรกิจและหมวดสินค้า ควรตรวจสอบกับกรมศุลกากรและกรมการค้าต่างประเทศ หรือให้ตัวแทนออกของช่วยตรวจสอบสถานะของเราก่อนรับออเดอร์แรก

ควรรับออเดอร์ทดลองขนาดเล็กหรือไม่

ควรพิจารณา เพราะผู้ซื้อหลายรายต้องทดสอบตลาดก่อนสั่งปริมาณจริง ทางที่สมดุลคือกำหนดล่วงหน้าว่าออเดอร์ทดลองรับได้ในรูปแบบใด เช่น จำกัดจำนวนรายการ ใช้บรรจุภัณฑ์มาตรฐาน และคิดค่าขนส่งตามจริง แล้วสื่อสารเงื่อนไขอย่างตรงไปตรงมาตั้งแต่ต้น

เอกสารรายสินค้าต้องเตรียมไว้ล่วงหน้าทั้งหมดไหม

ไม่จำเป็นต้องมีครบทุกฉบับล่วงหน้า เพราะเอกสารหลายอย่างออกเป็นรายสินค้าและรายคำสั่งซื้อ แต่ควรรู้ให้ชัดว่าสินค้าแต่ละหมวดของเราขอเอกสารอะไรได้ ใช้เวลาดำเนินการประมาณเท่าไร และใครเป็นผู้ออก เพื่อตอบผู้ซื้อได้ทันทีว่าเราจัดให้ได้หรือไม่

ควรเริ่มจากตลาดไหนก่อน

ตลาดที่คนรู้จักสินค้าไทยอยู่แล้วและอยู่ใกล้ มักเริ่มง่ายกว่า เพราะค่าขนส่งต่ำกว่า เส้นทางมีทางเลือกมากกว่า และสิทธิพิเศษทางภาษีในภูมิภาคอาจช่วยเรื่องราคาปลายทาง เมื่อระบบเอกสารและการขนส่งเดินได้แล้ว จึงขยายไปตลาดที่ไกลกว่าและมีข้อกำหนดมากกว่า

จัดทำโดยทีม Thaimost เพื่อเป็นข้อมูลอ้างอิง ลิงก์บางส่วนอาจนำไปยังพันธมิตรที่แนะนำ

Browse Suppliers